เนื้อเรื่องย่อ

Interview with the Vampire (1994) – เทพบุตรแวมไพร์ หัวใจรักไม่มีวันตาย คำสารภาพสองศตวรรษ เสน่ห์เย้ายวนแห่งความมืด สู่ภาพยนตร์กอทิกแวมไพร์ระดับตำนานของ นีล จอร์แดน, ทอม ครูซ และ แบรด พิตต์

ในฐานะภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-ดราม่ากอทิก (Gothic Horror Drama Masterpiece) ที่ดัดแปลงจากนวนิวายขายดีระดับปรากฏการณ์ปี 1976 ของ แอนน์ ไรซ์ (Anne Rice) Interview with the Vampire (1994) หรือในชื่อไทย เทพบุตรแวมไพร์ หัวใจรักไม่มีวันตาย ผลงานการกำกับของ นีล จอร์แดน (Neil Jordan ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก The Crying Game) คือหมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ปฏิวัติภาพลักษณ์ของแวมไพร์ในโลกภาพยนตร์ จากอสูรกายดูดเลือดน่าเกลียดน่ากลัว สู่สิ่งมีชีวิตอมตะผู้สง่างาม เย้ายวน เปี่ยมด้วยอารมณ์ และแบกรับความเหงาอันเป็นนิรันดร์ หนังรวบรวมทัพซูเปอร์สตาร์ยุค 90s ไว้อย่างคับคั่ง ทั้ง ทอม ครูซ (Tom Cruise) ในบทบาท เลสสแตต, แบรด พิตต์ (Brad Pitt) ในบท ลูอิส, คริสเตียน สเลเตอร์ (Christian Slater), อันโตนิโอ บันเดรัส (Antonio Banderas) และการแจ้งเกิดสุดสะเทือนวงการของ เคียร์สเตน ดันสต์ (Kirsten Dunst) ในวัยเพียง 11 ปี

เรื่องย่อ: บทสัมภาษณ์ในห้องสลัว สู่มหากาพย์ความอมตะข้ามสองศตวรรษ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในห้องพักสลัวกลางเมืองซานฟรานซิสโกยุคปัจจุบัน เมื่อ แดเนียล มอลลอย (รับบทโดย คริสเตียน สเลเตอร์) นักข่าวหนุ่ม ได้รับโอกาสสัมภาษณ์ชายปริศนาท่าทางสง่างามนามว่า ลูอิส เดอ ปวงต์ ดู ลัก (รับบทโดย แบรด พิตต์) ผู้เปิดเผยความจริงอันน่าตกตะลึงว่าตนเองคือ “แวมไพร์” ที่มีชีวิตอยู่มานานกว่า 200 ปี ก่อนจะเริ่มต้นย้อนรอยอดีตสู่จุดเริ่มต้นชีวิตอมตะ

เรื่องราวย้อนกลับไปในปี 1791 ณ รัฐลุยเซียนา ลูอิสเป็นเจ้าของไร่หนุ่มผู้สูญเสียภรรยาและลูกไป จนหมดสิ้นความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ ความสิ้นหวังนี้เองที่ดึงดูด เลสสแตต เดอ ลียงกูร์ (รับบทโดย ทอม ครูซ) แวมไพร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้หยิ่งผยอง เลสสแตตมอบทางเลือกระหว่างความตายหรือชีวิตอมตะให้แก่ลูอิส ซึ่งลูอิสตอบรับและถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแวมไพร์

ทว่าลูอิสกลับต้องทนทุกข์ทรมานกับมโนธรรมและความรู้สึกผิด เขาปฏิเสธที่จะสังหารมนุษย์และเลือกประทังชีวิตด้วยเลือดสัตว์ ต่างจากเลสสแตตที่มองมนุษย์เป็นเพียงเหยื่อและของเล่น เพื่อรั้งลูอิสไม่ให้ตีจาก เลสสแตตจึงเปลี่ยน คลอเดีย (รับบทโดย เคียร์สเตน ดันสต์) เด็กหญิงกำพร้าที่กำลังจะตายจากกาฬโรคให้กลายเป็นแวมไพร์ ทั้งสามใช้ชีวิตร่วมกันเสมือนครอบครัววิปลาสเป็นเวลานานหลายทศวรรษ

เมื่อเวลาผ่านไป จิตใจของคลอเดียเติบโตเป็นหญิงสาวเต็มตัว แต่ร่างกายของเธอกลับติดอยู่ในร่างเด็กหญิงวัยประถมตลอดกาล ความเคียดแค้นต่อเลสสแตตทำให้คลอเดียและลูอิสร่วมมือกันวางแผนสังหารเลสสแตต ก่อนจะหลบหนีข้ามมหาสมุทรไปยังยุโรปเพื่อตามหาแวมไพร์ตนอื่น จนกระทั่งได้พบกับ อาร์มองด์ (รับบทโดย อันโตนิโอ บันเดรัส) ผู้นำคณะละครแวมไพร์ใต้ดินในกรุงปารีส นำไปสู่โศกนาฏกรรมแห่งความริษยา การลงทัณฑ์ และการพรากจากอันแสนเจ็บปวดที่ตามหลอกหลอนลูอิสไปชั่วนิรันดร์

สุนทรียะแห่งความมืดมน กอทิกโรแมนติก และความขัดแย้งเชิงปรัชญาอมตะ

Interview with the Vampire (1994) โดดเด่นด้วยงานกำกับศิลป์และการออกแบบเครื่องแต่งกายย้อนยุควิกตอเรียที่วิจิตรตระการตา งานกำกับภาพของ ฟิลิปป์ รูสเซลอต (Philippe Rousselot) เล่นกับแสงเทียน แสงจันทร์ และเงามืดได้อย่างมีชั้นเชิง ขับเน้นความงดงามที่แฝงไปด้วยพิษร้ายและความตาย ดนตรีประกอบโดย เอลเลียต โกลเดนธาล (Elliot Goldenthal) ผสานท่วงทำนองออร์เคสตราสไตล์บาโรกที่ทั้งหรูหรา วังเวง และเศร้าสร้อย

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงอันน่าทึ่งของทีมนักแสดง ทอม ครูซ ลบคำสบประมาทของแฟนนิยายด้วยการถ่ายทอด เลสสแตต ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ เลือดเย็น กวนประสาท และน่าหลงใหล ขณะที่ แบรด พิตต์ ถ่ายทอดความโศกเศร้า ความว่างเปล่า และภาระอันหนักอึ้งของการมีชีวิตอมตะได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าผู้ที่ขโมยซีนที่สุดคือ เคียร์สเตน ดันสต์ ที่เล่นบทเด็กที่มีวิญญาณของผู้ใหญ่ได้อย่างซับซ้อน ดุร้าย และน่าเวทนา จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ หนังตั้งคำถามเชิงปรัชญาอย่างลึกซึ้งว่า หากความเป็นอมตะต้องแลกมาด้วยการเห็นทุกสิ่งที่ตนรักดับสลายไป นั่นคือพรสวรรค์หรือคำสาปกันแน่

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • การพลิกบทบาทครั้งประวัติศาสตร์ของ ทอม ครูซ: บทบาท ‘เลสสแตต’ ที่ทรงเสน่ห์ สง่างาม และน่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตการแสดง
  • การแสดงแจ้งเกิดระดับตำนานของ เคียร์สเตน ดันสต์: บทบาทคลอเดีย เด็กหญิงผู้มีจิตวิญญาณหญิงสาวขังอยู่ในร่างอมตะ
  • หมุดหมายแห่งสุนทรียะแวมไพร์สายกอทิก (Gothic Vampire): ต้นแบบของแฟชั่น เสื้อผ้า หน้าผม และบรรยากาศคลาสสิกที่ส่งอิทธิพลต่อป็อปคัลเจอร์ยุคหลัง
  • เคมีการปะทะอารมณ์ของ แบรด พิตต์, ทอม ครูซ และ อันโตนิโอ บันเดรัส: การรวมตัวของพระเอกแถวหน้าฮอลลีวูดยุค 90s ที่หาดูไม่ได้อีกแล้ว
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Gothic Horror, Drama, Romance, Dark Fantasy, 90s Classics: ภาพยนตร์แวมไพร์ที่ทรงคุณค่า ลุ่มลึก และโรแมนติกมืดหม่นที่สุดตลอดกาล

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ