John Wick: Chapter 3 – Parabellum (2019) – จอห์น วิค แรงกว่านรก 3 ค่าหัว 14 ล้านดอลลาร์ เวลาถอยหลังสู่นาทีมรณะ คว่ำบาตรล่าข้ามโลก สู่มหากาพย์สงครามล้างแค้นของ แชด สตาเฮลสกี และ คีอานู รีฟส์
ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชันสไตล์นีโอ-นัวร์ที่ยกระดับขีดจำกัดความเดือดของจักรวาลนักฆ่าไปอีกขั้น John Wick: Chapter 3 – Parabellum (2019) หรือในชื่อไทย จอห์น วิค แรงกว่านรก 3 ผลงานการกำกับของ แชด สตาเฮลสกี (Chad Stahelski) คือผลงานชิ้นเอกที่สานต่อเหตุการณ์ต่อสู้ทันทีจากวินาทีสุดท้ายของภาค 2 หนังขยายสเกลความขัดแย้งของโลกใต้ดินด้วยคอนเซปต์ละติน “Si vis pacem, para bellum” (หากต้องการสันติภาพ จงเตรียมพร้อมทำสงคราม) นำโดย คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) กลับมารับบท บาบายากา พร้อมทัพนักแสดงแถวหน้าอย่าง ฮัลลี เบอร์รี (Halle Berry), มาร์ค ดาคาสคอส (Mark Dacascos), ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น (Laurence Fishburne), เอเชีย เคต ดิลลอน (Asia Kate Dillon) และ เอียน แม็กเชน (Ian McShane)
เรื่องย่อ: นับถอยหลังหนึ่งชั่วโมง สู่สมรภูมิตัดสินชะตากับสภาสูง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นแบบวินาทีต่อวินาทีจากภาคก่อนหน้า หลังจาก จอห์น วิค (รับบทโดย คีอานู รีฟส์) สังหาร ซานติโน ดันโตนิโอ บนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของโรงแรมคอนติเนนทัล ส่งผลให้เขาถูกตัดสิน “ขับออกจากภาคี” (Excommunicado) และมีค่าหัวพุ่งสูงถึง 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย วินสตัน (รับบทโดย เอียน แม็กเชน) มอบเวลาผ่อนผันให้เขาหนีเอาชีวิตรอดเพียง 1 ชั่วโมงก่อนที่คำสั่งคว่ำบาตรจะมีผลทั่วโลก
เมื่อเวลาหมดลง นิวยอร์กทั้งเมืองกลายเป็นดงมรณะ นักฆ่าทุกซอกมุมต่างกระหายเงินรางวัล จอห์นต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดด้วยทุกสิ่งรอบตัว ตั้งแต่หนังสือในหอสมุดสาธารณะ มีดโบราณ ไปจนถึงการควบม้าฝ่าสายฝนกลางเมืองหลวง ก่อนจะหลบหนีไปหาผู้อำนวยการโรงละครบัลเลต์เพื่อขอใช้ตั๋วเดินทางใบสุดท้ายมุ่งหน้าสู่คาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก
ที่โมร็อกโก จอห์นเข้าพบ โซเฟีย (รับบทโดย ฮัลลี เบอร์รี) อดีตสหายร่วมสาบานที่ติดหนี้พันธสัญญาเลือด ทั้งสองบุกตะลุยฝ่าดงกระสุนพร้อมสุนัขคู่ใจพันธุ์เบลเยียม มาลินอยส์ เพื่อตามหาเบาะแสไปสู่ “ผู้อยู่เหนือสภาสูง” (The Elder) กลางทะเลทรายเวิ้งว้าง จอห์นยอมตัดนิ้วนางข้างซ้ายและมอบแหวนแต่งงานเพื่อแลกกับโอกาสมีชีวิตอยู่ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเดินทางกลับนิวยอร์กเพื่อสังหารวินสตัน ทว่าเมื่อกลับมาถึง ทั้งจอห์นและวินสตันกลับตัดสินใจจับมือกันหันปากกระบอกปืนเข้าใส่กองกำลังติดเกราะหนักของสภาสูงและ ซีโร่ (Zero รับบทโดย มาร์ค ดาคาสคอส) ยอดนินจามือสังหาร นำไปสู่การทรยศหักมุมบนดาดฟ้าโรงแรมคอนติเนนทัลที่จุดชนวนสงครามครั้งใหม่
สุนทรียะแห่ง Gun-fu ผสาน K9 ยุทธวิธีเกราะหนา และแสงนีออนสะท้อนแก้ว
John Wick: Chapter 3 – Parabellum (2019) โดดเด่นด้วยการออกแบบคิวบู๊ที่สร้างสรรค์และไร้ความปรานี ยกระดับศิลปะการต่อสู้ Gun-fu ด้วยการผนวกการรบร่วมกับสุนัขสงคราม (Dog-fu / K9 Combat) ในฉากถล่มโรงหลอมแก้วโมร็อกโก ซึ่งฮัลลี เบอร์รี ผ่านการฝึกซ้อมสั่งการสุนัขจริงนานนับเดือนจนแสดงฉากแอ็กชันได้อย่างลื่นไหลและดุดัน
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การผลักดันฉากต่อสู้ระยะประชิดให้มีความหลากหลาย ทั้งการขี่มอเตอร์ไซค์ดวลดาบซามูไรบนสะพาน การต่อสู้ด้วยศิลปะปัญจักสีลัต (นำโดยนักแสดงจาก The Raid อย่าง ยายัน รูเฮียน และ เซเซป อาริฟ ราห์มาน) และการปะทะกับทหารเกราะกันกระสุนที่บีบให้จอห์นต้องเปลี่ยนวิธีเล็งยิงเข้าที่ช่องว่างของเกราะอย่างแม่นยำ งานภาพของ แดน ลอสต์เซน (Dan Laustsen) ยังคงเล่นกับแสงนีออนสีสด กระจกใส และสายฝนได้อย่างวิจิตรตระการตา
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การแสดงแอ็กชันทุ่มสุดตัวของ คีอานู รีฟส์: ศิลปะ Gun-fu ที่ดุเดือด ต่อเนื่อง และช็อตลองเทกที่ไม่มีการใช้ตัวแสดงแทนหลอกสายตา
- ฉากแอ็กชันร่วมกับสุนัขของ ฮัลลี เบอร์รี: การผสมผสานการยิงปืนและสั่งสุนัขโจมตีที่สมจริงและสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ
- การเปิดโลกสภาสูงและผู้บริหารระดับสูง (The Elder): ขยายตำนานและวัฒนธรรมองค์กรนักฆ่าข้ามทวีปสู่โมร็อกโก
- การรวมดาวบู๊ระดับสากล: การประชันฝีมือกับ มาร์ค ดาคาสคอส และทีมสตันต์ระดับพระกาฬจากภาพยนตร์ The Raid
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Action, Neo-Noir, Thriller, Martial Arts, Gun-fu: ภาพยนตร์ภาคต่อที่ยกระดับความมันระดับขีดสุดและจบลงด้วยความเข้มข้นที่บีบหัวใจ