เนื้อเรื่องย่อ

Defiance (2008) – วีรบุรุษชาติพยัคฆ์ กองโจรพี่น้องบีลสกี ผืนป่านาลีบอคี สู่ภาพยนตร์สงครามชีวประวัติเอาชีวิตรอดระดับประวัติศาสตร์ของ เอ็ดเวิร์ด ซวิก และ แดเนียล เคร็ก

ในฐานะภาพยนตร์แนวดราม่า-สงครามชีวประวัติที่สร้างจากเรื่องจริงอันน่าทึ่ง (Biographical War Drama Masterpiece) ดัดแปลงจากหนังสือ Defiance: The Bielski Partisans ของ เนชามา เทก (Nechama Tec) Defiance (2008) หรือในชื่อไทย วีรบุรุษชาติพยัคฆ์ ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทของ เอ็ดเวิร์ด ซวิก (Edward Zwick จาก Glory, The Last Samurai และ Blood Diamond) คือผลงานชิ้นเอกที่นำเสนอมุมมองใหม่ต่อโศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) ในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยไม่ได้ฉายภาพชาวยิวในฐานะเหยื่อผู้ยอมจำนน แต่คือกลุ่มนักสู้ติดอาวุธที่ลุกขึ้นมาต้านทานกองทัพนาซี นำทัพโดย แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig), ลีฟ ชไรเบอร์ (Liev Schreiber), เจมี่ เบลล์ (Jamie Bell) และ จอร์จ แมคเคย์ (George MacKay)

เรื่องย่อ: ครอบครัวถูกสังหาร สู่การสร้างชุมชนเร้นลับกลางดงหิมะพันชีวิต

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี 1941 ระหว่างปฏิบัติการบาร์บารอสซา กองทัพนาซีเยอรมันและกองกำลังร่วมท้องถิ่นได้บุกสังหารชาวยิวในเบลารุส (โปแลนด์ตะวันออกเดิม) อย่างเหี้ยมโหด รวมถึงพ่อแม่ของสี่พี่น้องตระกูลบีลสกี ทูเวีย บีลสกี (รับบทโดย แดเนียล เคร็ก) พี่ชายคนโต พร้อมด้วย ซูส (รับบทโดย ลีฟ ชไรเบอร์), อาซาเอล (รับบทโดย เจมี่ เบลล์) และ แอรอน (รับบทโดย จอร์จ แมคเคย์) น้องชายคนเล็ก จึงต้องหลบหนีลึกเข้าไปในป่าทึบ “นาลีบอคี” (Naliboki Forest) ที่พวกเขาคุ้นเคยมาแต่วัยเด็กเพื่อเอาชีวิตรอด

แรกเริ่มเดิมที ทูเวียตั้งใจเพียงแค่จะล้างแค้นคนที่ฆ่าครอบครัวและเอาตัวรอด ทว่าเมื่อข่าวการหลบซ่อนของพวกเขาแพร่สะพัดออกไป ชาวยิวผู้ลี้ภัย ทั้งคนแก่ ผู้หญิง และเด็กที่หนีรอดจากการสังหารหมู่ในสลัมเก็ตโต ต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาพึ่งใบบุญ ทูเวียตัดสินใจเปิดรับทุกคนโดยไม่ทอดทิ้ง และตั้งปณิธานว่า “การมีชีวิตรอดของชาวยิว คือการแก้แค้นที่ดีที่สุด” เขาเปลี่ยนกลุ่มผู้ลี้ภัยให้กลายเป็นชุมชนใต้ร่มไม้ที่มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยผลิตอาวุธ

ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นระหว่างสองพี่น้อง เมื่อ ซูส ไม่เห็นด้วยกับการต้องแบกรับภาระคนอ่อนแอและต้องการเน้นการสู้รบสังหารนาซีอย่างดุดัน ซูสจึงแยกตัวออกไปเข้าร่วมกับกองกำลังพาร์ทิซานของสหภาพโซเวียต ขณะที่ทูเวียต้องเผชิญกับฤดูหนาวอันโหดร้าย ไข้รากสาดใหญ่ ภาวะอดอยาก และการก่อกบฏภายในชุมชน จนกระทั่งกองทัพนาซีเปิดฉากการกวาดล้างครั้งใหญ่ด้วยรถถัง เครื่องบิน และทหารราบ พี่น้องตระกูลบีลสกีจึงต้องผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อนำพาสมาชิกกว่าพันชีวิตฝ่าบึงน้ำมรณะสู่อิสรภาพ

สุนทรียะแห่งป่าหิมะดิบแล้ง งานภาพสมจริง และไวโอลินสะเทือนอารมณ์

Defiance (2008) โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดบรรยากาศของป่าดงดิบในประเทศลิทัวเนียท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บได้อย่างสมจริง งานกำกับภาพของ เอดูอาร์โด แซร์รา (Eduardo Serra) ใช้โทนสีเย็น สีเทาหม่น และความมืดมิดของผืนป่าเพื่อขับเน้นความยากลำบากและความสิ้นหวัง ฉากการปะทะด้วยอาวุธปืนถูกนำเสนออย่างดิบ ดุดัน และไร้การปรุงแต่งแบบหนังแอ็กชันทั่วไป

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เพลงประกอบดั้งเดิมโดย เจมส์ นิวตัน ฮาวเวิร์ด (James Newton Howard) ที่ได้ โจชัว เบลล์ (Joshua Bell) ยอดนักไวโอลินระดับโลกมาร่วมบรรเลงเดี่ยว เสียงไวโอลินที่เศร้าสร้อยแต่เปี่ยมด้วยความหวังช่วยยกระดับความรู้สึกสะเทือนใจในฉากพิธีแต่งงานกลางป่าที่ตัดสลับกับการซุ่มโจมตีของซูสได้อย่างน่าทึ่ง การแสดงของ แดเนียล เคร็ก ในบทบาทผู้นำที่ต้องแบกรับความกดดัน ความลังเล และความรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์ ถือเป็นหนึ่งในผลงานดราม่าที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • เรื่องจริงของวีรบุรุษชาวยิวที่ประวัติศาสตร์เกือบมองข้าม: การกอบกู้ชีวิตเพื่อนมนุษย์กว่า 1,200 คนกลางป่าลึกในสงครามโลกครั้งที่สอง
  • การปะทะบทบาทสุดเข้มข้นของ แดเนียล เคร็ก และ ลีฟ ชไรเบอร์: อุดมการณ์ที่แตกต่างระหว่าง ‘การเอาชีวิตรอด’ กับ ‘การล้างแค้นด้วยเลือด’
  • การถ่ายทอดบรรยากาศสงครามกลางป่าที่ดิบสมจริง: ฉากการเอาชีวิตรอดท่ามกลางความหนาวเหน็บ โรคระบาด และการถูกล้อมปราบ
  • ดนตรีประกอบเดี่ยวไวโอลินระดับเข้าชิงออสการ์: เมโลดี้อันแสนกินใจที่สะท้อนถึงศักดิ์ศรีและความหวังของมนุษย์
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง War, History, Biography, Drama, Survival: มหากาพย์สงครามที่ทรงพลัง เข้มข้น และสร้างแรงบันดาลใจแห่งการต่อสู้อย่างแท้จริง

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ