Dream Scenario (2023) – คืนนี้จงฝันถึงผม ชายวัยกลางคนสุดจืดชืด แขกรับเชิญในฝันคนทั้งโลก สู่ภาพยนตร์ตลกร้ายแฟนตาซีเสียดสี Cancel Culture ระดับมาสเตอร์พีซของ คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี และ นิโคลัส เคจ
ในฐานะภาพยนตร์แนวตลกร้ายเหนือจริงและจิตวิทยาเสียดสีสังคม (Surrealist Black Comedy Psychological Satire) จากค่ายคุณภาพ A24 Dream Scenario (2023) หรือในชื่อไทย คืนนี้จงฝันถึงผม ผลงานการเขียนบทและกำกับโดย คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี (Kristoffer Borgli ผู้กำกับชาวนอร์เวย์จาก Sick of Myself) ร่วมอำนวยการสร้างโดย อารี แอสเตอร์ (Ari Aster จาก Hereditary และ Midsommar) คือภาพยนตร์ชิ้นเอกที่หยิบยกปรากฏการณ์มีมอินเทอร์เน็ต ความโด่งดังชั่วข้ามคืน และวัฒนธรรมการแบนทางสังคม (Cancel Culture) มาขยี้ผ่านพล็อตสุดแหวกแนว หนังส่งให้ นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากการพลิกบทบาทอันยอดเยี่ยม ร่วมด้วย จูเลียนน์ นิโคลสัน (Julianne Nicholson), ไมเคิล ซีรา (Michael Cera) และ ดีแลน เบเกอร์ (Dylan Baker)
เรื่องย่อ: ปรากฏการณ์ไวรัลในฝัน สู่ฝันร้ายที่กลืนกินชีวิตจริง
เรื่องราวติดตาม พอล แมทธิวส์ (รับบทโดย นิโคลัส เคจ) อาจารย์มหาวิทยาลัยวัยกลางคนสายชีววิทยาวิวัฒนาการ ผู้มีชีวิตเรียบง่าย น่าเบื่อ หัวล้าน สวมเสื้อกันหนาวตัวโคร่ง และไร้ตัวตนในสายตาของเพื่อนร่วมงานและครอบครัว เขามีความฝันเงียบๆ ว่าอยากจะเขียนหนังสือวิชาการสักเล่ม แต่ไม่เคยลงมือทำสำเร็จเสียที
ชีวิตอันเงียบสงบของพอลพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อจู่ๆ ผู้คนนับล้านคนทั่วโลกที่ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ต่างเริ่มฝันเห็นเขาในค่ำคืนเดียวกัน ในความฝันเหล่านั้น แม้ว่าผู้ฝันจะตกอยู่ในสถานการณ์คอขาดบาดตายหรือเหตุการณ์ประหลาด พอลกลับเพียงแค่เดินผ่านไปมา ยืนมองเฉยๆ หรือไม่แยแสสิ่งใด การเป็น “ผู้สังเกตการณ์ที่นิ่งเฉยในฝัน” ทำให้พอลกลายเป็นคนดังระดับปรากฏการณ์ไวรัลชั่วข้ามคืน สื่อมวลชนรุมสัมภาษณ์ เอเจนซี่การตลาดรุมแย่งตัว และนักศึกษากรูเข้ามาฟังเลกเชอร์ของเขาจนแน่นขนัด
ทว่าแสงสปอตไลต์อันหอมหวานกลับคงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อพฤติกรรมของพอลในความฝันของคนทั้งโลกเริ่มเปลี่ยนไป จากผู้ยืนดูเฉยๆ กลายสภาพเป็นฆาตกรสุดวิปริตและสัตว์ร้ายที่ไล่ล่า ทรมาน และทำร้ายผู้คนในฝันอย่างเหี้ยมโหด แม้ว่าในโลกความจริง พอลตัวจริงจะไม่ได้ทำร้ายใครแม้แต่ปลายกรงเล็บ แต่ความกลัวและความเกลียดชังจากจิตใต้สำนึกของผู้คนได้ทะลักเข้าสู่โลกความเป็นจริง พอลถูกสังคมตราหน้า ถูกขับไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ร้านอาหารปฏิเสธการให้บริการ และครอบครัวแตกสลาย บีบให้เขาต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากกระแสสังคมที่พร้อมจะเหยียบย่ำเขาให้จมดิน
สุนทรียะแห่งความกระอักกระอ่วน เส้นแบ่งจิตใต้สำนึก และการแสดงที่ดีที่สุดของนิโคลัส เคจ
Dream Scenario (2023) โดดเด่นด้วยการผสมผสานไวยากรณ์ภาพยนตร์แนว Surrealism เข้ากับความสมจริงในชีวิตประจำวัน งานกำกับภาพจัดวางบรรยากาศความกระอักกระอ่วน (Cringe Comedy) ได้อย่างทรงพลัง ฉากความฝันถูกถ่ายทอดอย่างแนบเนียนโดยไม่มีการบอกใบ้ล่วงหน้า ทำให้คนดูสัมผัสถึงความสับสนและไร้เหตุผลของโลกจิตใต้สำนึกได้อย่างยอดเยี่ยม
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ นิโคลัส เคจ ที่ถอดคราบแอ็กชันสตาร์ระดับตำนานออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงชายวัยกลางคนที่ขี้ขลาด เสียงเหน่อแหลม ท่าทางเก้ๆ กังๆ และมีความเห็นแก่ตัวปนน่าเวทนา บทภาพยนตร์ของ คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี ชำแหละความบ้าคลั่งของสื่อโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบันได้อย่างเจ็บแสบ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมพร้อมจะยกย่องใครบางคนขึ้นเป็นพระเจ้า และพร้อมจะผลักเขาลงนรกได้ในเสี้ยววินาทีเพียงเพราะภาพจำที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การแสดงคืนฟอร์มระดับท็อปของ นิโคลัส เคจ: หนึ่งในบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตการแสดงที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globe
- พล็อตไอเดียสดใหม่สุดล้ำของค่าย A24: การนำคอนเซปต์ ‘คนแปลกหน้าที่โผล่ในฝัน’ มาผูกกับไวรัลมีเดียได้อย่างเฉียบแหลม
- การเสียดสี Cancel Culture อย่างเจ็บแสบ: ชำแหละธรรมชาติของฝูงชนในยุคอินเทอร์เน็ตที่ตัดสินคนอื่นจากอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริง
- มุกตลกร้ายสุดกระอักกระอ่วนและน่าอึดอัด: จังหวะคอมเมดี้เฉพาะตัวสไตล์ผู้กำกับ Sick of Myself ที่หัวเราะไม่ออกแต่สะกดสายตา
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Black Comedy, Surreal, Satire, Psychological, A24 Films: ภาพยนตร์แนวคิดล้ำลึกที่มอบทั้งความตลก ความหลอน และการตั้งคำถามต่อยุคสมัยแห่งโซเชียลมีเดียได้อย่างถึงแก่น