Where We Belong (2019) – ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า เมืองจันทบุรี ตั๋วเครื่องบินฟินแลนด์ ความสัมพันธ์กึ่งเพื่อนกึ่งคนรัก และคำถามของการก้าวพ้นวัย สู่ภาพยนตร์คัมมิ่งออฟเอจอินดี้ระดับกวาด 6 รางวัลสุพรรณหงส์ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ และ มิวสิค แพรวา
ในฐานะภาพยนตร์แนวดราม่าก้าวพ้นวัยและบันทึกความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ (Coming-of-Age Indie Drama Feature) จากค่าย BNK48 Films ร่วมกับ ซอง ซาวด์ โปรดักชั่น Where We Belong (2019) หรือในชื่อไทย ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า ผลงานการเขียนบทและกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (Kongdej Jaturanrasamee ผู้กำกับแถวหน้าจาก ตั้งวง และ Snap แค่…ได้คิดถึง) คือภาพยนตร์ไทยที่กวาดคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์และคว้ารางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 29 ไปถึง 6 สาขา รวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำ-สมทบหญิงยอดเยี่ยม หนังบอกเล่าภาวะความเคว้งคว้าง ความอึดอัดในบ้านเกิด และการตั้งคำถามต่ออนาคตของวัยรุ่นไทยในเมืองรอง ผ่านการแสดงอันเป็นธรรมชาติและเปี่ยมเสน่ห์ของสองไอดอลดาวรุ่ง เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (Jennis Oprasert) และ มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ (Praewa Suthamphong)
เรื่องย่อ: ทุนเรียนต่อนอก บะหมี่หมูเลียง สู่การส่งต่อสิ่งของและการร่ำลาที่ไม่เอ่ยคำ
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองจันทบุรี ซู (รับบทโดย เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ) เด็กสาวมัธยมปลายผู้รู้สึกแปลกแยก เบื่อหน่ายกับความซ้ำซากของชีวิตในจังหวัดเล็กๆ และมีความสัมพันธ์อันเย็นชากับพ่อผู้เปิดร้านขายบะหมี่หมูเลียงโบราณ ซูแอบสอบชิงทุนการศึกษาไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศฟินแลนด์ได้สำเร็จโดยไม่บอกให้พ่อรู้ เธอเฝ้ารอวันเดินทางเพื่อจะหนีไปจากที่ที่เธอรู้สึกว่า “ไม่ใช่ที่ของเธอ”
ในช่วงเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันขึ้นเครื่อง ซูต้องทำภารกิจส่งต่อสิ่งของ เคลียร์ข้าวของในห้องนอน และบอกลาผู้คนรอบตัว โดยมี เบลล์ (รับบทโดย มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์) เพื่อนสนิทที่ตัวติดกันตลอดเวลาและมีนิสัยตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงคอยอยู่เคียงข้าง เบลล์ทำหน้าที่เป็นทั้งคนขับรถพาซูไปคืนของ เป็นเพื่อนกิน และเป็นคนที่คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของซูอยู่เงียบๆ
ตลอดการเดินทางส่งต่อสิ่งของในอดีต ซูและเบลล์ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ที่หล่นหาย ทั้งเพื่อนร่วมชั้นที่ห่างเหิน คุณครูที่หมดไฟ และรุ่นพี่ที่เคยผูกพัน ขณะเดียวกัน ซูก็ค่อยๆ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เบลล์มีต่อเธอ ซึ่งเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้ำกึ่งระหว่างมิตรภาพกับความรัก ทว่ายิ่งวันเดินทางใกล้เข้ามา กำแพงความรู้สึกและความลับที่ทั้งคู่เก็บงำไว้ก็เริ่มสั่นคลอน บีบให้พวกเธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญว่า การจากไปจะช่วยให้ค้นพบที่ที่เป็นของเราจริงหรือไม่
สุนทรียะแห่งเมืองรอง ความนิ่งลึกของบทสนทนา และมิติความสัมพันธ์แบบเควียร์
Where We Belong (2019) โดดเด่นด้วยการกำกับภาพของ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ ที่ถ่ายทอดเมืองจันทบุรีในมุมมองที่ปราศจากความโรแมนติกแบบโปสการ์ดท่องเที่ยว แต่เต็มไปด้วยความอบอ้าว ฝนตกพรำ ตรอกซอยแคบๆ และแสงนีออนของร้านอาหารริมทาง ซึ่งสะท้อนความรู้สึกติดหล่มและความอึดอัดของตัวละครได้อย่างคมคาย
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การเขียนบทและการกำกับบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติจนแทบไร้การประดิษฐ์ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ สวมบทบาท “ซู” ได้อย่างแข็งกร้าว เย็นชา แต่ซ่อนความเปราะบางไว้ข้างในได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ขณะที่ มิวสิค-แพรวา มอบการแสดงบท “เบลล์” ที่เป็นดั่งแสงสว่างอันอบอุ่นและคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม เคมีของทั้งสองคนถ่ายทอดความสัมพันธ์แนวเควียร์ (Queer Undercurrent) ที่อ่อนไหว ละเมียดละไม โดยไม่ต้องมีการประกาศสถานะ ดนตรีประกอบและการตัดต่อทำหน้าที่พาอารมณ์ตกตะกอนไปสู่บทสรุปที่บีบหัวใจ
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเจ้าของ 6 รางวัลสุพรรณหงส์: การันตีคุณภาพสูงสุดทั้งด้านบทภาพยนตร์ การกำกับ งานสร้าง และการแสดง
- การแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ เจนนิษฐ์ และ มิวสิค: สองนักแสดงนำหญิงที่ก้าวข้ามกรอบคำว่าไอดอลสู่การเป็นนักแสดงคุณภาพแถวหน้าของไทย
- บทภาพยนตร์ที่สะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่: การสะท้อนภาวะสมองไหล (Brain Drain) ความหวังที่ริบหรี่ และความอึดอัดของวัยรุ่นไทยในต่างจังหวัด
- บรรยากาศภาพถ่ายและวิถีชีวิตเมืองจันทบุรี: งานภาพโทนหม่นแต่สวยงามที่สร้างอารมณ์ร่วมและให้ความรู้สึกเหมือนชีวิตจริง
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Coming-of-Age, Indie, Drama, LGBT/Queer, Thai Cinema: หนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ดีที่สุดและร่วมสมัยที่สุดในรอบทศวรรษ