เนื้อเรื่องย่อ

Conspiracy (2001) – แผนลับดับทมิฬ คฤหาสน์ริมทะเลสาบ การประชุม 90 นาที สู่ภาพยนตร์ดราม่า-ประวัติศาสตร์การเมืองชำแหละพิมพ์เขียวฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของ แฟรงก์ เพียร์สัน, เคนเนธ บรานาห์ และ โคลิน เฟิร์ธ

ในฐานะภาพยนตร์แนวดราม่า-ประวัติศาสตร์เชิงจิตวิทยาชิ้นเอกของ HBO และ BBC (Historical Psychological Chamber Drama Masterpiece) Conspiracy (2001) หรือในชื่อไทย แผนลับดับทมิฬ ผลงานการกำกับของ แฟรงก์ เพียร์สัน (Frank Pierson มือเขียนบทรางวัลออสการ์จาก Dog Day Afternoon) ร่วมเขียนบทโดย ลอริง แมนเดล คือภาพยนตร์โทรทัศน์ที่จำลองบันทึกประวัติศาสตร์จริงของการประชุมที่วานน์เซ (Wannsee Conference) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 1942 ณ ชานกรุงเบอร์ลิน หนังถ่ายทอดความเลือดเย็นผ่านบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร เมื่อเหล่าข้าราชการและผู้นำระดับสูงของนาซี 15 คน ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษในการวางพิมพ์เขียว “การแก้ปัญหาชาวยิวขั้นสุดท้าย” (The Final Solution) นำแสดงโดย เคนเนธ บรานาห์ (Kenneth Branagh), โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth) และ สแตนลีย์ ทุชชี (Stanley Tucci)

เรื่องย่อ: ชนแก้วไวน์ กินอาหารเลิศรส สู่มติสั่งตาย 11 ล้านชีวิต

เรื่องราวเกิดขึ้นในเช้าฤดูหนาวอันเงียบสงบปี 1942 ณ คฤหาสน์หรูหราริมทะเลสาบวานน์เซ ตัวแทนระดับสูงจากหน่วยงานราชการ กระทรวงยุติธรรม และพรรคนาซี ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการประชุมลับ นำโดย ไรน์ฮาร์ด ไฮดริช (รับบทโดย เคนเนธ บรานาห์) ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงหลักแห่งไรช์ และ อดอล์ฟ ไอช์แมน (รับบทโดย สแตนลีย์ ทุชชี) มือขวาคนสนิท

แรกเริ่มเดิมที ข้าราชการสายพลเรือนบางคน เช่น ดร.วิลเฮล์ม สตัคคาร์ต (รับบทโดย โคลิน เฟิร์ธ) ผู้ร่างกฎหมายเนือร์นแบร์ก เข้าใจว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการหารือเรื่องการเนรเทศหรือการจัดตั้งค่ายแรงงานชาวยิวตามกรอบกฎหมาย แต่ไฮดริชกลับค่อยๆ เผยเจตจำนงที่แท้จริง นั่นคือการกำจัดชาวยิวทั่วยุโรปจำนวนกว่า 11 ล้านคนให้สิ้นซากอย่างเป็นระบบอุตสาหกรรม

การประชุมกลายเป็นการปะทะคารมทางเทคนิค กฎหมาย และระบบโลจิสติกส์ มีการโต้เถียงกันเรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าของกระสุนปืน และปัญหาสุขภาพจิตของทหารเยอรมันที่ต้องยิงเป้าสังหารหมู่ ไฮดริชและไอช์แมนจึงนำเสนอแนวคิดการใช้ “ก๊าซพิษ ซิคลอน บี” (Zyklon B) และเตาเผาศพเพื่อสร้างโรงงานแห่งความตายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไฮดริชใช้ทั้งชั้นเชิงทางการทูต การหว่านล้อม และการข่มขู่บีบให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนยอมก้มหัวลงนามรับรองแผนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเป็นเอกฉันท์ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเสมือนเป็นเพียงวันทำงานปกติ

สุนทรียะแห่งความชั่วร้ายอันแสนธรรมดา (Banality of Evil) และการแสดงชั้นครู

Conspiracy (2001) โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องแบบ “Chamber Play” หรือการดำเนินเรื่องเกือบทั้งหมดอยู่ภายในห้องประชุมเพียงห้องเดียว โดยไร้ฉากระเบิด เลือด หรือความรุนแรงทางกายภาพ แต่งานกำกับของ แฟรงก์ เพียร์สัน กลับสร้างบรรยากาศที่น่าสะอิดสะเอียนและกดดันอย่างยิ่งยวด ผ่านการสะท้อนแนวคิด “ความชั่วร้ายอันแสนธรรมดา” (The Banality of Evil) ที่แสดงให้เห็นว่าการสังหารหมู่อันโหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับถูกตัดสินใจผ่านการคำนวณตัวเลข รายงานทางสถิติ และการเคี้ยวอาหารอย่างสุภาพ

ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การฟาดฟันฝีมือการแสดงของสามนักแสดงนำ เคนเนธ บรานาห์ ถ่ายทอดบท ไฮดริช ได้อย่างน่าสะพรึงกลัวด้วยรอยยิ้มสุภาพ ท่าทีนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจมืด จนส่งให้เขาคว้ารางวัล Emmy Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ขณะที่ สแตนลีย์ ทุชชี ในบท ไอช์แมน ถ่ายทอดความเลือดเย็นของนักบริหารจัดการที่มองชีวิตมนุษย์เป็นเพียงตัวเลขบัญชี จนคว้ารางวัล Golden Globe และ โคลิน เฟิร์ธ ถ่ายทอดความกระอักกระอ่วนของนักกฎหมายที่พยายามยื้อความถูกต้อง แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการได้อย่างสะเทือนอารมณ์

ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?

  • การแสดงระดับมาสเตอร์พีซของ เคนเนธ บรานาห์: การสวมบท ไรน์ฮาร์ด ไฮดริช ที่ทั้งสุขุม เยือกเย็น และคว้ารางวัล Emmy มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี
  • การถ่ายทอดภาพประวัติศาสตร์ที่แม่นยำ: จำลองจาก “บันทึกวานน์เซ” (Wannsee Protocol) ฉบับจริงเพียงฉบับเดียวที่หลงเหลือจากการทำลายหลักฐานหลังสงคราม
  • พลังของบทสนทนาที่น่ากลัวกว่าฉากแอ็กชัน: การชำแหละวิธีคิดของระบอบนาซีที่เปลี่ยนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ให้กลายเป็นงานเอกสารในระบบราชการ
  • บทบาทสำคัญของ สแตนลีย์ ทุชชี และ โคลิน เฟิร์ธ: การปะทะคารมเชิงอำนาจและศีลธรรมที่เข้มข้นจนแทบหยุดหายใจ
  • ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Drama, History, War, Psychological, Politics, HBO Classics: หนึ่งในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองที่ทรงคุณค่า ลึกซึ้ง และตีแผ่จิตใจมนุษย์ได้อย่างเยือกเย็นที่สุดตลอดกาล

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ