Mirage (2018) – ภาพลวงตา คลื่นพายุเชื่อมมิติเวลา ช่วยหนึ่งชีวิตแลกทั้งตัวตน สู่ภาพยนตร์ไซไฟระทึกขวัญสืบสวนหักมุมซ้อนเงื่อนระดับมาสเตอร์พีซของ โอริโอล เปาโล และ อาดรียานา อูการ์เต
ในฐานะภาพยนตร์แนวไซไฟ-ระทึกขวัญจิตวิทยาและปริศนาฆาตกรรมข้ามเวลา (Sci-Fi Mystery Psychological Thriller) สัญชาติสเปน Mirage (2018) หรือในชื่อภาษาสเปน Durante la tormenta (ในห้วงพายุ) ผลงานการกำกับและร่วมเขียนบทโดย โอริโอล เปาโล (Oriol Paulo ผู้กำกับผู้สร้างปรากฏการณ์หักมุมสะเทือนโลกจาก The Invisible Guest และ The Body) คือผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) เข้ากับเงื่อนงำคดีฆาตกรรมอำพรางได้อย่างเฉียบคม หนังนำแสดงโดย อาดรียานา อูการ์เต (Adriana Ugarte), ชิโน ดาริน (Chino Darín), ฆาเบียร์ กูเตียร์เรซ (Javier Gutiérrez) และ อัลบาโร มอร์เต (Álvaro Morte หรือ “ศาสตราจารย์” จาก Money Heist)
เรื่องย่อ: จอโทรทัศน์เก่าและพายุฟ้าคะนอง สู่การลบล้างชีวิตลูกสาวอันเป็นที่รัก
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนพายุฟ้าคะนองรุนแรงเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 คืนเดียวกับที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลาย นิโก ลาสาร์เต เด็กชายวัย 12 ปี ผู้รักการเล่นกีตาร์และถ่ายวิดีโอเทป ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทจากบ้านของเพื่อนบ้าน อังเคล ปริเอโต (รับบทโดย ฆาเบียร์ กูเตียร์เรซ) นิโกแอบย่องเข้าไปดูและพบศพของภรรยาอังเคลถูกฆาตกรรม ด้วยความตกใจกลัว นิโกจึงวิ่งหนีเตลิดออกไปบนถนนจนถูกรถยนต์ชนเสียชีวิตคาที่
25 ปีต่อมา ในปี 2014 พายุไฟฟ้าลูกเดิมที่มีลักษณะทางฟิสิกส์แบบเดียวกับเมื่อ 25 ปีก่อนได้พัดถล่มเมืองอีกครั้ง เวรา รอย (รับบทโดย อาดรียานา อูการ์เต) พยาบาลสาวผู้มีความสุข ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดิมของนิโกพร้อมกับ ดาบิด (รับบทโดย อัลบาโร มอร์เต) สามี และ กลอเรีย ลูกสาวตัวน้อย พวกเขาค้นพบกล้องวิดีโอและโทรทัศน์รุ่นเก่าของนิโกใต้ห้องเก็บของ และในคืนนั้นเอง เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นเมื่อจอโทรทัศน์เชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบเรียลไทม์ระหว่างเวราในปี 2014 กับนิโกในปี 1989
ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ เวราจึงรีบเตือนนิโกไม่ให้ออกจากบ้านไปที่ถนนเพื่อไม่ให้ถูกรถชน การกระทำของเธอเปลี่ยนประวัติศาสตร์และช่วยชีวิตนิโกได้สำเร็จ ทว่าผลลัพธ์ของปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกกลับกลายเป็นฝันร้ายที่สุด เมื่อเวราตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นในไทม์ไลน์ใหม่ เธอพบว่าตัวเองกลายเป็นศัลยแพทย์ชั้นนำ สามีของเธอจำเธอไม่ได้และแต่งงานกับผู้หญิงอื่น และที่เจ็บปวดที่สุดคือ “กลอเรีย” ลูกสาวของเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ เวราต้องร่วมมือกับ สารวัตรเลย์รา (รับบทโดย ชิโน ดาริน) นายตำรวจหนุ่มที่เข้ามาทำคดี เพื่อตามหาว่านิโกยังมีชีวิตอยู่ที่ไหน และสืบหาความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมเมื่อ 25 ปีก่อน แข่งกับเวลา 72 ชั่วโมงก่อนที่พายุจะสงบลง เพื่อชิงตัวลูกสาวและชีวิตเดิมของเธอกลับคืนมา
สุนทรียะแห่งบรรยากาศมืดหม่น ปมเส้นเวลาหลายชั้น และการกำกับสไตล์ โอริโอล เปาโล
Mirage (2018) โดดเด่นด้วยการควบคุมบรรยากาศแนว Mystery-Noir ที่เต็มไปด้วยเม็ดฝน ฟ้าผ่า และโทนสีเขียวอมเทา งานภาพถ่ายทอดความรู้สึกกดดัน สับสน และหวาดระแวงของตัวเอกได้อย่างไร้ที่ติ การตัดต่อดำเนินเรื่องสลับไปมาระหว่างเส้นเวลาในอดีต ไทม์ไลน์ดั้งเดิม และไทม์ไลน์คู่ขนานใหม่อย่างแม่นยำ ปราศจากช่องโหว่ที่ทำให้คนดูหลุดโฟกัส
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การเขียนบทภาพยนตร์อันแยบยลของ โอริโอล เปาโล ที่หยิบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาข้อมือ, ไม้ขีดไฟ, ท่าทางการจับกีตาร์ และความสัมพันธ์ซับซ้อนของตัวละครรอบข้าง มาผูกเป็นเงื่อนงำที่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์แบบในช่วงไคลแมกซ์ การแสดงของ อาดรียานา อูการ์เต ถ่ายทอดความแหลกสลายและสัญชาตญาณการต่อสู้ของคนเป็นแม่ที่ยอมสูญเสียทุกอย่างเพื่อลูกได้อย่างสะเทือนอารมณ์ ขณะที่การเฉลยตัวตนที่แท้จริงของสารวัตรเลย์ราก็มอบความอิ่มเอมใจและทึ่งในความชาญฉลาดของการวางพล็อต
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- ผลงานลายเซ็นระดับท็อปของ โอริโอล เปาโล: ผู้กำกับสายหักมุมมือหนึ่งของสเปนที่รังสรรค์พล็อตปริศนาซ้อนเวลาได้อย่างไร้ที่ติ
- การผสมผสาน Sci-Fi เข้ากับสืบสวนฆาตกรรม: การใช้กฎ Time Travel และ Butterfly Effect มาเป็นตัวขับเคลื่อนการไขคดีสุดระทึก
- การแสดงที่ทรงพลังของ อาดรียานา อูการ์เต: บทบาทคุณแม่ที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่อทวงคืนลูกสาวที่หายไปจากมิติเวลา
- บทสรุปและจุดหักมุมอันอบอุ่นหัวใจ: ตอนจบที่เฉลยความจริงอย่างน่าประทับใจและลงล็อกอย่างสมเหตุสมผล
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Mystery, Sci-Fi, Thriller, Time Travel, Plot Twist, Spanish Cinema: หนังหักมุมไซไฟข้ามเวลาที่ชาญฉลาด ตึงเครียด และได้รับการยกย่องจากคอหนังทั่วโลก