The Beekeeper (2024) – นรกเรียกพ่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รังผึ้งมรณะ องค์กรลับนอกระบบ สู่ภาพยนตร์แอ็กชันล้างแค้นสายเดือดดิบของ เดวิด เอเยอร์ และ เจสัน สเตธัม
ในฐานะภาพยนตร์แอ็กชัน-ระทึกขวัญสายล้างแค้นลุยเดี่ยวสุดมันส์ (Vigilante Action Thriller Feature) The Beekeeper (2024) หรือในชื่อไทย นรกเรียกพ่อ ผลงานการกำกับของ เดวิด เอเยอร์ (David Ayer จาก Fury และ End of Watch) เขียนบทโดย เคิร์ต วิมเมอร์ (Kurt Wimmer จาก Equilibrium) คือการพา เจสัน สเตธัม (Jason Statham) กลับคืนสู่สังเวียนภาพยนตร์บู๊ล้างผลาญในฟอร์มที่เข้ามือที่สุด หนังหยิบยกภัยคุกคามร่วมสมัยอย่าง “แก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์หลอกดูดเงิน” (Phishing & Cyber Scam) มาเป็นชนวนเหตุจุดระเบิดความแค้น นำไปสู่การขุดคุ้ยองค์กรลับที่เปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันของระบอบประชาธิปไตย นำแสดงร่วมโดย เอมมี เรเวอร์-แลมป์แมน (Emmy Raver-Lampman), จอช ฮัทเชอร์สัน (Josh Hutcherson) และ เจเรมี ไอรอนส์ (Jeremy Irons)
เรื่องย่อ: ป้าข้างบ้านถูกปล้นเงินเก็บ อดีตนักฆ่ารังผึ้ง สู่การบุกทลายยอดพีระมิดอำนาจ
เรื่องราวติดตาม อดัม เคลย์ (รับบทโดย เจสัน สเตธัม) ชายลึกลับผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยการเป็นคนเลี้ยงผึ้งในฟาร์มอันเงียบสงบ โดยอาศัยเช่าที่ดินของ เอลอยส์ พาร์กเกอร์ หญิงชราอดีตครูใหญ่ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและเป็นคนเพียงคนเดียวที่มอบความอบอุ่นรวมถึงมองเขาเหมือนคนในครอบครัว
ทว่าโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อเอลอยส์ตกเป็นเหยื่อของแก๊งฟิชชิ่งคอลเซ็นเตอร์หลอกดูดเงินในบัญชีจนเกลี้ยง รวมถึงเงินกองทุนการกุศลที่เธอดูแลอยู่ ความสิ้นหวังผลักดันให้เอลอยส์ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เมื่ออดัมกลับมาพบศพและทราบความจริง เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในอดีต นั่นคือเจ้าหน้าที่ระดับพระกาฬของ “เดอะ บีคีปเปอร์” (The Beekeepers) องค์กรลับอิสระไร้สังกัดที่มีพันธกิจเพียงหนึ่งเดียวคือ “การปกป้องรังผึ้ง” (ซึ่งหมายถึงระเบียบสังคม) และกำจัด “ต่อแตนตัวร้าย” เมื่อระบบกฎหมายปกติล้มเหลว
อดัมเริ่มต้นสาวรอยตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากระดับปฏิบัติการ เผาทำลายอาคารสำนักงานและถล่มสมุนจนราบคาบ เบาะแสนำพาเขาสืบสาวไปจนพบว่าเครือข่ายหลอกลวงระดับชาตินี้มีผู้บงการคือ เดเรก แดนฟอร์ธ (รับบทโดย จอช ฮัทเชอร์สัน) ซีอีโอหนุ่มเพลย์บอยผู้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับยอดพีระมิดทางการเมืองระดับประธานาธิบดี แม้จะถูกขัดขวางโดย วอลเลซ เวสต์ไวล์ด (รับบทโดย เจเรมี ไอรอนส์) อดีตผู้อำนวยการ CIA และถูกไล่ล่าโดย เวอร์โรนา (รับบทโดย เอมมี เรเวอร์-แลมป์แมน) ลูกสาวของเอลอยส์ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ FBI แต่อดัมก็เดินหน้ากวาดล้างศัตรูทุกคนที่ขวางทางเพื่อทวงคืนความยุติธรรม
สุนทรียะแห่งแอ็กชันปะทะสด ลีลาหักกระดูก และการเปรียบเปรยระบบสังคม
The Beekeeper (2024) โดดเด่นด้วยการจัดวางฉากแอ็กชันสไตล์ Old-School ผสมผสานคิวบู๊ระยะประชิด (Hand-to-Hand Combat) ที่เน้นความหนักแน่น ฉับไว และถึงลูกถึงคนตามสไตล์ถนัดของ เจสัน สเตธัม หนังไม่เสียเวลาอารัมภบทรองรับ แต่กระหน่ำฉากบู๊ต่อเนื่อง ทั้งการใช้ปืน การใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวในโรงงานน้ำผึ้ง หรือเชือกสลิงมาสังหารศัตรู
ความยอดเยี่ยมสูงสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การสร้างตำนานและระบบระเบียบ (Lore & World-Building) ขององค์กร “บีคีปเปอร์” ที่มีบทเปรียบเปรยระหว่างพฤติกรรมของผึ้งกับโครงสร้างของสังคมมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ จอช ฮัทเชอร์สัน ถ่ายทอดบทบาทวายร้ายรุ่นใหม่ที่น่าหมั่นไส้ได้อย่างถึงพริกถึงขิง ขณะที่ สเตธัม มอบการแสดงที่เด็ดขาด ไร้ความลังเล และสะใจผู้ชมที่เคยโกรธแค้นภัยร้ายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในชีวิตจริง
ทำไมถึงเป็นภาพยนตร์ที่คุณต้องไปเป็นพยานด้วยตัวเอง?
- การคืนฟอร์มหนังบู๊ล้างแค้นของ เจสัน สเตธัม: แอ็กชันสไตล์วันแมนอาร์มีที่เด็ดขาด ดุเดือด และระบายความแค้นได้สะใจคนดู
- ประเด็นร่วมสมัยเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์: การหยิบยกภัยใกล้ตัวมาเปลี่ยนเป็นภาพยนตร์แอ็กชันที่ตอบสนองความรู้สึกคนในสังคม
- การสร้างจักรวาลองค์กร ‘บีคีปเปอร์’: เซตติ้งองค์กรลับนักฆ่าที่น่าสนใจและพร้อมต่อยอดเป็นแฟรนไชส์แอ็กชันเรื่องยาว
- งานกำกับแอ็กชันสุดมันส์ของ เดวิด เอเยอร์: จังหวะการปะทะที่เร็ว แรง และสะใจคอหนังแอ็กชันสายโหด
- ผลงานขึ้นหิ้งสำหรับคอหนัง Action, Thriller, Revenge, Crime, Jason Statham: ภาพยนตร์แอ็กชันสายบันเทิงแท้ๆ ที่ดูง่าย มันส์เต็มพิกัด และสะใจตั้งแต่ต้นจนจบ